มีการเผาผลาญพลังงานต่อระยะทางที่เดินไปมากเท่าไร

Three women walking sean justice the image bank gettyimages 200010486 001 571e1f2b3df78c56401db959

การเดิน เป็นการเผาผลาญพลังงานอย่างหนึ่ง การเดินเร็ว (Brisk walking) สามารถช่วยให้คุณรักษาน้ำหนักสุขภาพดี ป้องกันโรคต่าง ๆ เพิ่มความแข็งแรงให้กระดูกและกล้ามเนื้อ และยังช่วยให้อารมณ์ การรักษาสมดุล และการประสานงานของคุณดีอีกด้วย ยิ่งเดินได้เร็ว ไกล และบ่อยเท่าไร ก็ได้รับผลดีมากขึ้น

การเดินจะช่วยเผาผลาญพลังงานไปได้กี่แคลอรี่

น้ำหนักตัวและระยะทางที่คุณเดินได้จะเป็นปัจจัยกำหนดพลังงานที่เผาผลาญได้ขณะการเดิน ความเร็วในการเดินนั้นมีผลน้อยกว่าระยะทางที่เดินและน้ำหนักตัวของคุณ หลักคือทุก ๆ 100 แคลอรี่ต่อไมล์จะถูกเผาผลาญโดยคนน้ำหนัก 180 ปอนด์ (81 kg) และ 65 (54 kg) แคลอรี่ต่อไมล์สำหรับคนที่หนัก 120 ปอนด์ โดยที่เฉลี่ย 2,000 ก้าวเดินคือหนึ่งไมล์

พลังงานที่เผาผลาญต่อระยะทางที่เดิน

ตารางคำนวน – พลังงานที่เผาผลาญต่อระยะทางที่เดิน เพื่อดูว่าคุณจะเผาผลาญพลังงานไปได้กี่แคลอรี่ในช่วงระยะทาง 1 – 10 ไมล์ รวมถึงการวิ่ง Half Marathon หรือ Marathon ด้วยอัตราเร็วที่แตกต่างกันตั้งแต่ช้าถึงเร็ว

อัตราเร็วต่อน้ำหนัก(ปอนด์) 100 lb 120 lb 140 lb 160 lb 180 lb 200 lb 220 lb 250 lb 275 lb 300 lb
2.0 mph 57 cal 68 cal 80 cal 91 cal 102 cal 114 cal 125 cal 142 cal 156 cal 170 cal
2.5 mph 55 65 76 87 98 109 120 136 150 164
3.0 mph 53 64 74 85 95 106 117 133 146 159
3.5 mph 52 62 73 83 94 104 114 130 143 156
4.0 mph 57 68 80 91 102 114 125 142 156 170
4.5 mph 64 76 89 102 115 127 140 159 175 191
5.0 mph 73 87 102 116 131 145 160 182 200 218

 

หากคุณสามารถเพิ่มอัตราเร็วในการเดินได้ใน 13 นาทีหรือน้อยกว่า คุณสามารถที่จะเผาผลาญพลังงานต่อระยะทางที่เดินได้มากขึ้น แต่สำหรับคนที่เริ่มต้นการเดินนั้น จะแนะนำให้เพิ่มระยะทางที่เดินก่อนที่จะเพิ่มความเร็ว

โน้ตสำหรับตารางแสดงพลังงานที่เผาผลาญต่อระยะทางที่เดิน

เครื่องคำนวณและตารางแสดงนั้น อ้างอิงตาม MET – metabolic equivalents (หน่วยบอกจำนวนเท่าของการใช้พลังงานในกิจกรรมใดๆ เทียบกับขณะนั่งพัก) โดยอัตราการเผาผลาญพลังงานนั้นวัดระหว่างที่คนหนึ่งกำลังทำกิจกรรมนั้น ๆ

หลายคนอาจสงสัยว่าเราจะสามารถเผาผลาญพลังงานต่อระยะทางที่เดินได้มากขึ้นได้อย่างไร หากเดินด้วยอัตราที่ช้ามาก นี่เป็นเพราะโดยปกติแล้วคุณอาจเดินโดยหยุดพักและเริ่มใหม่เป็นพัก ๆ ทำให้โมเมนตัมของคุณนั้นไม่ได้ช่วยเท่าไรนัก ร่างกายคนเราจะเดินได้ดีที่สุดโดยอาศัยอัตราเร็วปานกลาง

ในขณะเดียวกัน หากคุณเดินด้วยอัตราเร็วที่เร็วมาก เร็วกว่าที่มีแสดงบนตารางข้างต้น คุณจะมีการใช้กล้ามเนื้อเยอะขึ้น ด้วยการแกว่งแขน และ Racewalking stride กลุ่มกล้ามเนื้อเหล่านี้ เมื่อทำงานก็จะทำให้เผาผลาญพลังงานได้มากขึ้นในแต่ละก้าวที่เดิน การวิ่งจึงสามารถเผาผลาญพลังงานต่อระยะทางได้มากขึ้นเนื่องจากมีการเคลื่อนไหวในแนวขึ้น-ลง เพื่อพยุงน้ำหนักตัวคุณขึ้นจากพื้นในขณะที่เคลื่อนตัวไปข้างหน้า

คุณเผาผลาญพลังงานมากพอที่จะลดน้ำหนักแล้วหรือยัง ?

ในการที่จะลดน้ำหนักนั้น คุณจำเป็นต้องเพิ่มกิจกรรมที่เผาผลาญพลังงานในแต่ละวัน หรือทานอาหารให้ปริมาณแคลอรี่น้อยลง เริ่มจากรู้ว่าร่างกายเราสามารถเผาผลาญพลังงานได้เท่าไรในแต่ละวันเพื่อคงระดับน้ำหนักตัวเองไว้โดยใช้เครื่องคำนวน basal metabolic rate

คุณจะเผาผลาญไขมันหนึ่งปอนด์ออกไปได้อย่างไร ?

ไขมันหนึ่งปอนด์ (0.45 kg) นั้นเท่ากับ 3,500 แคลอรี่ ดังนั้นการลดน้ำหนัก 1 ปอนด์ต่อสัปดาห์ คุณจำเป็นที่จะต้องเผาผลาญพลังงานให้มากกว่าที่ทานเข้าไป 3,500 แคลอรี่ต่อสัปดาห์

ลดปริมาณไขมันหนึ่งปอนด์เป็นเป้าหมายการลดน้ำหนักที่สมเหตุสมผล แต่นั่นหมายถึงการที่คุณจะต้องเผาผลาญพลังงานให้มากกว่าที่ทานเข้าไป 500 แคลอรี่ต่อวัน คุณสามารถทำได้โดยการเพิ่มกิจกรรมเผาพลาญพลังงาน หรือทานอาหารให้ปริมาณแคลอรี่น้อยลง หรือทั้งสองอย่าง ซึ่งการทำทั้งสองอย่างจะทำให้ลดน้ำหนักได้ตามเป้าหมายได้ง่ายกว่า ออกกำลังกายในแต่ละวันอย่างน้อยให้เผาผลาญได้ 300-400 แคลอรี่เป็นเป้าหมายที่ดีสำหรับการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *